สรุประเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547

       อาศัยอำนาจตามความมาตรา 11 (8) แห่ง พรบ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547”

ข้อ 2 บังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2547

ข้อ 3 ในระเบียบ

         คณะกรรมการ คือคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ
         ราชการ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นส่วนราชการตามกฎหมาย
         พนักงานราชการ บุคคลที่ได้ถูกว่าจ้างตามสัญญาจ้าง โดยได้รับค่าตอบแทนจากงบประมาณของส่วนราชการ เพื่อเป็นพนักงานของรัฐ
          สัญญาจ้าง คือสัญญาจ้างตามระเบียบนี้

ข้อ 4 บรรดากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง ที่กำหนดให้ละเว้นหรือปฏิบัติ ให้ทำเหมือนเป็นข้าราชการหรือลูกจ้าง หรือหากกำหนดให้ละเว้นหรือปฏิบัติเฉพาะพนักงานราชการให้ดูเป็นส่วนให้เหมาะสมกังสภาพการปฏิบัติงาน

ข้อ 5 ให้เลขาธิการคณะกรรมการพลเรือน รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด 1

พนักงานราชการ

ข้อ 6 พนักงานราชการมีสองประเภท

(1) พนักงานราชการทั่วไป ทำงานประจำทั่วไปด้านบริการ บริหาร เทคนิค บริหารทั่วไป วิชาชีพเฉพาะ
(2) พนักงานราชการพิเศษ ปฎิบัติงานใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญสูงมากเป็นพิเศษ

ข้อ 7 การกำหนดตำแหน่งให้จำแนกเป็นกลุ่มงาน

(1) กลุ่มงานบริการ
(2) กลุ่มงานเทคนิค
(3) กลุ่มงานบริหารทั่วไป
(4) กลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ
(5) กลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะ
(6) กลุ่มงานเชี่ยวชาญพิเศษ

ข้อ 8 ผู้ถูกจ้างต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(1) มีสัญชาติไทย
(2) อายุมากกว่า 18 ปีบริบูรณ์
(3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) ไม่มีกายทุพพลภาพจนปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ไม่มีจิตฟั่นเฟือน หรือเป็นโรคต้องห้าม
(5) ไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเป็นกรรมการพรรคการเมือง
(6) ไม่เคยถูกรับโทษจำคุกเพราะทำผิดคดีอาญา
(7) ไม่ถูกลงโทษ ปลดออก ไล่ออกจากราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
(8) ไม่เป็นลูกจ้างราชการ พนักงานลูกจ้าง หน่วยงานอื่นของรัฐ
(9) คุณสมบัติหรือคำต้องห้ามที่ส่วนราชการกำหนดไว้

ข้อ 9 ให้ส่วนราชการจัดทำกรอบอัตรา กำลังพนักงาน ระยะเวลา 4 ปี ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย และแผนประมาณเชิงกลยุทธ์

ข้อ 10 การสรรหา และเลือก ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ทัคณะกรรมการกำหนด

ข้อ 11 การทำสัญญาจ้างไม่เกิน 4 ปี หรือตามโครงการ ต่อสัญญาจ้างได้ตามความเหมาะสม

ข้อ 12 การแต่งกายให้เป็นไปตามส่วนราชการกำหนด

ข้อ 13 วันเวลาทำงาน วิธีการทำงานในส่วนราชการกำหนด

หมวด 2

ค่าตอบแทนและสิทธประโยชน์

ข้อ 14 อัตราค่าตอบแทน ตามคณะกรรมการประกาศกำหนด

ข้อ 15 ส่วนราชการอาจกําหนดให้พนักงานราชการประเภทใดหรือตําแหน่งใน
กลุ่มงานใดได้รับสิทธิประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) สิทธลา
(2) สิทธิได้รับค่าตอบแทนระหว่างลา
(3) การปฏิบัติงานนอกเวลา
(4) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
(5) เบี้ยประชุม
(6) สิทธิได้รับเครื่งราชอิสริยาภรณ์
(7) รถประจำตำแหน่ง
(8) สิทธิอื่นๆ ตามที่คณะกรรการประกาศกำหนด

ข้อ 16 ให้คณะกรรการพิจารณาค่าตอบแทนตาข้อ 14 และ 15 ตามความเหมาะสมฐานะการคลังของประเทศ

ข้อ 17 พนักงานราชการได้รับสิทธิประโยชน์ประกันสังคม

ข้อ 18 ส่วนราชการอาจกำหนดให้พนักงานราชการประเภทใดหรือตําแหน่งใน
กลุ่มงานใดได้รับค่าตอบแทนการออกจากงานโดยไม่มีความผิดได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ
กําหนด

หมวด 3
การประเมินผลการปฎิบัติงาน

ข้อ 19 ในระหว่างสัญญาจ้างประเมินดังนี้

(1) พนักงานราชการทั่วไป
(ก) การประเมินผลประจำปี
(ข) ประเมินผลเพื่อต่อสัญญาจ้าง
(2) พนักงานราชการพิเศษให้เป็นไปตามที่ส่วนราชการกำหนด

ข้อ 20 กรณีที่ไม่ผ่านข้อ 19 ให้ถือว่าสัญญาสิ้นสุด แจ้งให้พนักงานราชการทราบภายใน 7 วัน

ข้อ 21 ให้ส่วนราชการรายงานผลการดำเนินการจ้างพนักงานราชการ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่อคณะกรรมการภายในเดือนธันวาคมของทุกปี

หมวด 4

วินัยและการรักษาวินัย

ข้อ 22 พนักงานราชการมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดในระเบียบที่ส่วนราชการกำหนด

ข้อ 23 พนักงานราชการต้องปฏิบัติรักษาวินัยโดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนทำผิดต้องได้รับโทษทางวินัย

ข้อ 24 ความผิดวินัยร้ายแรงคือ

(1) ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
(2) ไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ ทำให้ทางราชการได้รับความเสียหายร้ายแรง
(3) ประมาทจนทางราชการได้รับความเสียหายร้ายแรง
(4) ไม่ปฏิบัติตามข้อ 22 จนทางราชการได้รับความเสียหายร้ายแรง
(5) ประมาทเลินเล่อ
(6) ทอดทิ้งการทำงานเกิน 7 วัน
(7) ทิ้งงานจนไม่สามารถทำให้เสร็จทันเวลา
(8) ทำผิดอาญาโดยมีคำพิพากษาให้จำคุกหรือหนักกว่า
(9) ทำอย่างอื่นที่ถือว่าร้ายแรง

ข้อ 25 เมื่อพนักงานราชการถูกกล่าวหาว่าทำผิดร้ายแรง ให้มีการสอบสวนโดยเร็ว ต้องได้รับโอกาสในการชี้แจงและแสดงหลักฐานให้เกิดความเป็นธรรม ถ้าทำผิดร้ายแรงให้ไล่ออก

ข้อ 26 พนักงานราชการทำความผิดไม่ร้ายแรง ให้ส่วนราชการสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินค่าตอบแทน ลดขั้นเงินค่าตอบแทนตามความเหมาะสม

ข้อ 27 ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควร อาจกำหนดการดำเนินการทางวินัยแก่พนักงานราชการ เพื่อเป็นมาตรฐานทั่วไปให้ส่วนราชการปฏิบัติ

หมวด 5

การสิ้นสุดสัญญาจ้าง

ข้อ 28 สิ้นสุดสัญญาจ้างเมื่อ

(1) ครบกำหนดตามสัญญา
(2) พนักงานราชการขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามระเบียบกำหนด
(3) ตาย
(4) ไม่ผ่านการประเมินผลตามข้อ 19
(5) พนักงานราชการถูกให้ออก เพราะทำผิดร้ายแรง
(6) เหตุอื่นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้หรือตาข้อกำหนดของส่วนราชการ

ข้อ 29 ระหว่างสัญญาจ้าง หากพนักงานราชการจะลาออกให้ยื่นต่อหัวหน้าส่วนราชการ

ข้อ 30 ส่วนราชการบอกเลิกสัญญาจ้างก่อนครบกำหนด โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ไม่เป็นเหตุให้พนักงานราชการเรียกค่าตอบแทนได้

ข้อ 31 ส่วนราชการสั่งให้พนักงานราชการปฏิบัติงานนอกเหนือจากในเงื่อนไข อาจให้ค่าตอบแทนล่วงเวลา ไม่เป็นเหตุให้บอกเลิกสัญญาได้

ข้อ 32 หากพนักงานราชการก่อความเสียหายแก่ส่วนราชการระห่างปฏิบัติงาน ถึงพ้นตำแหน่งแล้วให้รับผิดชอบ

ข้อ 33 คณะกรรมการเห็นสมควรอาจกำหนดแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการเลิกสัญญา เพื่อเป็นมาตรฐานทั่วไปให้ส่วนราชการปฏิบัติก็ได้

 

หมวด 6

คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ

ประธานคณะกรรมการ รองนายกรัฐนตรี

รองประธานคณะกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

ข้อ 35 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้มีาระดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี

ข้อ 36 พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ประธานกรรมการให้ออก

ข้อ 37 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(1) กำหนดแผนและแนวปฏิบัติ รวมทั้งเสนอแนะส่วนราชการปรับปรุงหรือแก้ไขระเบียบให้เป็นไปตามระเบียบนี้
(2) กำหนดหลักเกณฑ์ ิวิธีการ เงื่อนไขเกี่ยกับการสรรหาบุคคลเพื่อจ้างเป็นพนักงานราชการ
(3) กำหนดกลุ่มงานและลักษณะงาน
(4) ให้ความเห็นชอบกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ ที่ส่วนราชการกำหนด
(5) กำหนดอัตราค่าตอบแทน และวางแนวทางการกำหนดสิทธิประโยชน์อื่นของพนักงานราชการ
(6) กำหนดมาตรฐานการประเมินจากการปฎิบัติงานของพนักงานราชการ
(7) ตีความวินิจฉัยปัญหาจากการบังคับใช้ระเบียบนี้
(8) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตามที่เห็นสมควร
(9) อำนาจหน้าที่อื่นที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ข้อ 38 ให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนรับผิดชอบงานธุรการ

ข้อ 39 ให้ส่วนราชการกำหนดหลักเกณฑ์หรือปฏิบัติในเรื่องใด คณะกรรมการกำหนดให้เรื่องนั้นทำโดย อ.ก.พ กรม องค์กรบริหารงานบุคคลอื่นของส่วนราชการ หรือให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งคณะกรรการเป็นผู้ดำเนินการ

 

 

อ้างอิง

Click to access regemp471.pdf

Leave a comment